[SF] รอยยิ้มของผม
#2jae
By Blues chamleleon
หน้าตึกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์
“พี่แจบอม ฉันชอบพี่นะคะ”
“แต่พี่ไม่ได้ชอบผู้หญิง ขอโทษนะ”
ไม่เข้าใจจริงๆเลยครับ
ทั้งๆที่ก็บอกไปแบบนี้ทุกคนที่เข้ามาสารภาพรักว่าไม่ได้ชอบผู้หญิงแต่ก็ไม่เลิกยุ่งกับผมซักที
ที่จริงไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบผู้หญิงนะครับ แต่ว่ารำคาญผู้หญิงง้องแง้งมากกว่า
ถ้าผมไม่สนใจก็คือไม่สนใจ เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติดีจากผมง่ายๆ
และผมก็ไม่ชอบการที่ต้องเซอร์วิสบริหารเสน่ห์ มันน่าเบื่อ
ผมไม่ค่อยยิ้มให้กับใครเท่าไหร่
แต่ก็ไม่เข้าใจทำไมคนอื่นถึงต้องพยายามเข้ามาทำความรู้จักกับผม
แต่ก็นะผมก็พยักหน้ารับคำไปเหมือนทุกๆครั้ง หลายๆคนก็บอกว่าผมเย็นชา หน้านิ่ง
มีรังสีความดาร์กรอบตัว แต่ก็มีคนเข้ามาพยายามจะสารภาพรักกับผมตลอด
จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนยิ้มยากอะไรหรอกนะ
ผมจะยิ้มก็ต่อเมื่อผมอยากยิ้ม
การยิ้มมันต้องยิ้มเพราะว่ามีความสุขมาจากใจไม่ใช่ยิ้มจอมปลอมส่งไปทั่ว
และผมมีคนคนนึงที่ทำให้ผมยิ้มได้ครับ
และตอนนี้เขากำลังเดินลงมาจากตึกนั่นไง....
“พี่แจบอม ยองแจอยากกินกาแฟ”
“ไม่ได้นะ ยองแจกินกาแฟไปหลายแก้วนะวันนี้”
“ก็จะทำไมหล่ะ ก็ผมอยากกินนี่นา”
“มันไม่ดี พี่ถึงได้ห้ามนะ”
“ผมจะกิน ผมอยากกิน ผมชอบกิน”
“โอเค โอเค”
“ฮิฮิ”
ยองแจยิ้มกว้างแล้วเดินตรงไปที่ร้านกาแฟโดยไม่แม้จะหันกลับมามองผมด้วยซ้ำครับ
ใช่แล้ว... คนที่ทำให้ผมมีความสุขก็คือ แฟนของผม
ชเวยองแจ และตอนนี้เขาก็เดินตรงเข้าร้านกาแฟโดยไม่หันหลังมามองผมที่ห้ามไว้เลย
‘เด็กดื้อ’
เด็กดื้อชเวยองแจ
เค้าเป็นคนคนเดียวที่สามารถทำให้ผมตามใจได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่อันที่จริงต้องบอกว่า น้องเองที่ไม่ค่อยฟังผมเท่าไหร่ ถ้าเค้าอยากได้ก็ต้องได้
พอเห็นหน้าตาดีใจของยองแจเวลาได้ของที่ถูกใจแล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม
ยิ้มเพราะผมเห็นเค้ายิ้ม เห็นเค้ามีความสุข
ผมขอเล่าความหลังหน่อยก็แล้วกันว่าทำไม ผมกับยองแจถึงมาเป็นแฟนกันได้
เมื่อนานมาแล้ว
ตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืน
ผมกำลังนั่งอยู่ในผับที่ใกล้ๆกับคอนโดที่ผมอาศัยอยู่
ผมกำลังนั่งเฝ้าตัวปัญหาที่อ้อนให้ผมมานั่งดื่มเป็นเพื่อน เจ้ารุ่นน้องจอมอ้อน
ชเวยองแจ มันเพิ่งเลิกกับแฟนมาครับ เพราะว่ามันเรียนหนักไม่มีเวลาให้แฟน
และระยะทางที่อยู่ไกลกัน เป็นเรื่องปกติครับ
แฟนที่เคยคบสมัยมัธยมพอแยกย้ายกันเข้ามหาวิทยาลัยก็ต้องมีเหตุให้เลิกรากันแทบทุกคู่
ผมเห็นมาหลายคู่จนเบื่อแล้วครับ
ตอนนี้ผมนั่งมองคนตัวเล็กแก้มกลมๆที่แก้มขาวเริ่มขึ้นสีชมพูระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
ใบหน้าของชเวยองแจออกไปทางน่ารักมากกว่าหล่อ ไม่น่าจะเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงซะด้วยซ้ำ
ผมนั่งมองอีกคนที่เอาแต่ยกแก้วเหล้ากรอกเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า
ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดดื่ม
ปกติผมไม่เคยสังเกตเลยครับว่ารุ่นน้องคนสนิทคนนี้น่ารักมากแค่ไหน
ริมฝีปากหยักที่สัมผัสกับปากแก้วมีของเหลวแอลกอฮอล์ปริ่มล้นออกมาที่มุมปากลำคอที่เงยขึ้นเผยให้เห็นผิวขาวเนียนอีกทั้งมองด้านข้างยังเห็นใบหูเล็กที่ขึ้นสีแดงจัด
‘ทำไมยองแจมันน่ารักจังวันนี้’
ผมถูกสะกดให้มองอีกฝ่ายนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้
มาสะดุ้งอีกทีก็เพราะมือเล็กนั้นฟาดมาที่ไหล่ผมซะแรง
มือเล็กๆตัวเล็กๆแค่นี้แต่ตีแรงมากเลยครับ เอาซะผมสะดุ้งเลยทีเดียว
“พี่แจบอม ทำไมเค้าถึงไม่เข้าใจผมอ่ะ”
“ทุกวันนี้พี่ก็ไม่เข้าใจยองแจเหมือนกันครับ”
“พี่ไม่เข้าใจอะไรผม พี่ถามผมเล้ยยย ผมพร้อมตอบ”
“ถ้าถามแล้วจะตอบจริงๆนะ”
ผมนึกสนุกขึ้นมาได้ทันทีที่ยองแจโปรยทางให้ถามคำถาม
เพราะเขาบอกว่าคนที่เมามักจะพูดความจริงเสมอ และระบายความรู้สึกออกมาจากใจจริง
ยองแจครับ ยองแจเอ้ย เสร็จพี่แจบอมแน่ จะล้วงความลับมาให้หมดเลย ไอ้น้อง...
“เออ ตอบมา แม่งมีแต่คนบอกผมไม่เข้าเค้า แล้วเคยมีใครเข้าใจผมบ้างไม๊
พี่ถามมาเลย ผมจะได้มีคนเข้าใจผมซักที”
“อืม.. งั้นถามนะ หันหน้ามามองพี่ด้วยดิวะ”
ผมหันหน้าเข้าหาอีกคน
ฝ่ายยองแจนั้นเอามือเท้ากับแก้มหันหน้ามามองผมตามที่ผมบอก
ไอ่นี่เวลาเมาหน้ามึนๆนี่น่ารักกว่าปกติอีกแฮะ..
“ยังรักเค้าอยู่รึเปล่าตอนนี้”
“รักดิพี่ คบกันมาก็นานนะ แต่แบบบางทีก็เบื่อผู้หญิงแม่งงี่เง่า
พี่ว่ามะ จริงๆเลิกก็ดี ทะเลาะกันทุกวันก็เบื่อ”
“ถามต่อนะ เคยมีผู้ชายมาจีบไม๊?”
“ห๊ะ? พี่ถามอะไรเนี่ย เอาใหม่ดิ๊”
“ถามว่าเคยมีผู้ชายมาจีบไม๊”
“เคยนะพี่ ตอนมัธยมอ่ะ
เคยมีแฟนเป็นผู้ชายด้วยแหล่ะ”
“แล้วเป็นไงบ้างหล่ะ?”
“ก็ดีนะ ผู้ชายไม่งี่เง่าดี
แต่เลิกเพราะพี่เขาไปเรียนต่อต่างประเทศอ่ะ ก็แอบคิดถึงนะ”
ว่าแล้ว
ไอ้หน้าตาน่ารักๆแบบนี้มันต้องเคยโดนผู้ชายจีบบ้างแหล่ะ มีความหวังขึ้นมานิดนึงละ
“ว่าแต่ พี่ถามทำไม?”
“เดี๋ยวก็รู้เองแหล่ะ”
“อะไรของพี่วะแม่ง ถามอีกดิอยากพูด อยากคุย เบื่อ
ผมไม่อยากคิดถึงเรื่องเศร้าๆ”
ยองแจยังคงโวยวายเสียงดังไป ดื่มไปเรื่อยๆ
แต่ผมก็ไม่ได้รำคาญอะไรนะครับ ก็นั่งมองรุ่นน้องงอแงโวยวายไปเรื่อยๆมันก็เพลินๆดี
เวลาผ่านไปนานพอสมควร เนื่องจากดึกมากแล้ว
ผมเลยจัดการจ่ายเงินเช็คบิลแล้วจับแขนของยองแจพาดไหล่ พาเดินออกจากร้าน
น้องมันเมามากเลยครับ จนแทบจะประคองตัวไม่อยู่
ผมลากตัวยองแจมาจนถึงรถของผม
ดันคนตัวเล็กกว่าให้ยืนพิงข้างรถแล้วเปิดประตูข้างคนขับออกแล้วประคองให้อีกคนเข้าไปนั่งในรถแล้วจัดการคาดเข็มขัดให้
ก่อนที่ผมจะถอยตัวออกมา ผมหันไปพิจารณาใบหน้าของยองแจใกล้ๆ ขนตายาวกว่าผู้หญิงบางคน
ริมฝีปากแดงสดที่เผยอขึ้นเล็กน้อย ยิ่งแก้มกลมผิวเนียนนั่นอีก
แทบจะอดใจไม่ไหวจริงๆ ขอหน่อยแล้วกันนะ
ผมกำลังจะยื่นหน้ากะว่าจะจู๊บปากอีกคนซะหน่อย
แต่น้องดันหันหน้าไปอีกทางหนีผม เหมือนมันรู้เลยว่ากำลังจะถูกขโมยจูบ
ผมหัวเราะกับตัวเองเบาๆแล้วยอมแพ้ถอยตัวออกมาแล้วปิดประตูรถ
เดินมตำแหน่งคนขับแล้วขับรถออกไปเพื่อกลับคอนโดของตัวเอง
ที่คอนโด
ในที่สุดผมก็ลากสังขารของตัวเองและยองแจขึ้นห้องมาได้อย่างปลอดภัยครับ
แต่เล่นซะผมเหงื่อโชกไปทั้งตัว ผมจึงถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำที่ผมใส่ทับในไว้
ตอนนี้คนตัวเล็กที่กำลังนอนแผ่อยู่บนเตียงดูท่าทางจะลุกไปอาบน้ำเองไม่ไหวแน่ๆ
“ยองแจ ลุกไหวไม๊ ไปอาบน้ำ”
เงียบครับ
ไร้เสียงตอบรับจากชเวยองแจ ผมถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับส่ายหน้า
ไปเป็นเพื่อนแล้วยังต้องมาคอยดูแลอีกเหรอเนี่ย เดี๋ยวเถอะ จะคิดบัญชีคืนซะให้เข็ด
ผมยกกะละมังที่ใส่น้ำกับผ้าขนหนูผืนเล็กไว้มาวางที่โต๊ะข้างเตียง
ยองแจใส่เสื้อยืดเลยทำให้ต้องถอดเสื้อออกหมด
ผมค่อยๆเลิกเสื้อของยองแจขึ้นจากด้านหลังแล้วดึงถอดออกมา
‘โอ้โห...โคตรขาวเลย’
ความคิดในหัวแว่บแรกเลยครับ
ยองแจขาวมากจริงๆ แถมตอนนี้ผิวเนียนขาวก็ขึ้นสีแดงๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
ยองแจชอบใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ๆเลยทำให้ดูตัวใหญ่ครับ
ที่จริงน้องตัวเล็กกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย จากที่แบกขึ้นมาก็ไม่ได้หนักอะไรมากด้วย
ผมบิดผ้าชุบน้ำหมาดๆแล้วเช็ดไปตามซอกคอขาวเบาๆ ค่อยๆซับที่ใบหน้าแล้วย้ายมาเช็ดที่แขนขาและที่ลำตัว
ทุกตารางนิ้วของร่างกายยองแจนี่ดีสุดๆเลยครับ
อย่าว่าผมหื่นเลยนะครับ แต่ว่าถ้ามานอนแก้ผ้าต่อหน้าแบบนี้เป็นใครก็ไม่ทัน
ตอนนี้ผมต้องข่มใจตัวเองอย่างมากไม่ให้ปล้ำน้อง
‘ใจเย็นนะลูกพ่อ ยังไม่ถึงเวลา เดี๋ยวเหยื่อตื่นตูมแล้วหลุดมือ’
เช้าวันต่อมา
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความเคยชินที่ต้องตื่นเจ็ดโมงมาทำอาหารเช้ากิน
ผมเหล่มองคนข้างๆที่ตอนนี้หลับปุ๋ยในชุดนอนตัวโคร่งของผม เมื่อคืนผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากเลยครับที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้
ไม่ใช่ว่าเสื้อผ้าใส่ยากนะครับ แต่ที่ว่าพยายามคือต้องจัดการอารมณ์ตัวเอง...
ผมขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อหวังจะเขย่าตัวปลุกให้ยองแจตื่นไปอาบน้ำ
ส่วนผมจะได้ไปทำอาหารเช้ารอ แต่พอได้ใกล้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะมอง
ผมว่านะถ้าน้องโดนมองแล้วสึกได้ น้องคงช้ำไปหมดทั้งตัวแล้วครับ ทำไมนะ..
แต่ก่อนก็แค่คิดว่าน่ารักเฉยๆ แต่พอได้ลองได้อยู่ใกล้ๆแค่คืนเดียว
รู้สึกอยากได้น้องมาเป็นของตัวเองซะงั้น
“ยองแจตื่น”
นิ่งครับ
ยองแจยังนิ่งอยู่
“ยองแจ ชเวยองแจ”
ผมลองพูดดังขึ้นพร้อมกับเขย่าตัวเบาๆและค่อยๆแรงขึ้นเรื่อยๆ
แต่นั่นแหล่ะครับ น้องก็ยังไม่ตื่น
“ถ้าไม่ตื่นเดี๋ยวก็ปล้ำแม่งซะหรอกเนี่ย โว้ยยย
เพิ่งรู้ว่าตื่นยากขนาดนี้นะเนี่ย”
“หืออ.. เมื่อกี้ใครพูดอะไรนะ”
จู่ๆยองแจก็พลิกตัวนอนหงายขมวดคิ้วเป็นปม
ดูท่าทางจะตื่นแล้วครับ
“ไปอาบน้ำไป”
“ผมอยู่ที่ไหนอ่ะ”
ปากเล็กๆนั้นขยับพูดแต่ดวงตายังหลับสนิทสีหน้างอแงเหมือนเด็กที่โดนปลุกให้ไปโรงเรียนเช้าแบบนั้นเลยครับ
ตอนนี้ยองแจกำลังทำตัวเหมือนเด็กน้อยงอแงมากครับ แต่ก็..น่ารักดีนะ
“ห้องพี่เอง พี่แจบอมไง จำได้ไหม”
“ห๊ะ เห้ยยย ทำไมพี่ไม่ไปส่งผมที่หอผมล่ะ”
คราวนี้น้องลุกขึ้นมานั่งพร้อมลืมตาแล้วครับ
แต่หน้าตานี่ยังงัวเงียสุดๆ
“พอจะให้นอนนี่ ไม่ทิ้งให้เมาเน่าคาร้านก็บุญละ อย่าบ่นมาก
ไปอาบน้ำไป”
“ครับๆๆ”
แล้วยองแจก็เดินโซเซเข้าห้องน้ำไป
ผมมองตามแผ่นหลังเล็กแล้วยิ้ม
ที่หน้าคณะ
ผมกำลังจอดรถที่มีคนนั่งข้างๆที่ไม่ใช่ใครอื่นครับ
ยองแจนั่นแหล่ะครับ ตอนนี้น้องดูมึนๆสงสัยจะยังแฮงค์อยู่
ผมกับยองแจลงรถออกมาพร้อมกัน
“ขอบคุณนะพี่ที่ดูแลผมเมื่อคืนอ่ะ”
“เออ ไว้วันหลังค่อยทวงบุญคุณ”
“โห่ พี่แจบอมใจร้ายว่ะ”
“ไปหากาแฟกินซะล่ะ หน้าตาไม่ไหวละยองแจ”
“โอเคพี่ แล้วเจอกัน”
วันนี้ผมเรียนทั้งวัน
ปกติผมจะนั่งหลับในห้องตลอดแต่วันนี้ผมขยันมากครับ ผมไม่หลับในห้องเรียน
แต่ว่าผมนั่งคิดถึงยองแจทั้งวันเลย ผมอยากจะบ้าตายกับตัวเองแต่ก็ไม่คิดอะไรไหงตอนนี้กลับมานั่งคิดถึงไอ้น้องบ้านั่นกันนะ
ผมนึกสนุกขึ้นมาได้เลยส่งไลน์ไปหาน้อง
แล้วหาเรื่องให้มากินข้าวเย็นด้วยกันดีกว่า แต่เป็นข้าวเย็นที่คอนโดผม..
Jaebum:
ยองแจเย็นนี้ว่างไม๊ มาช่วยพี่ทำโปรเจคหน่อยดิ
Youngjae:
ยินดีรับใช้พี่ชายเสมอครับ
Jaebum:
ดีๆ เย็นนี้ไปรอที่รถนะ เดี๋ยวกลับพร้อมกันเลย
Youngjae:
ครับผม
ผมไม่รู้ว่าที่ผมรู้สึกดีกับยองแจขึ้นมาตอนนี้เป็นเพราะอะไร
เป็นเพราะสงสารน้องที่เลิกกับแฟน หรือว่าตัวเองชอบน้องขึ้นมาจริงๆ
แต่ปกติผมกับน้องก็ไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่แล้ว ผมเอามือทุบหัวตัวเองให้เลิกฟุ้งซ่านแล้วพยายามหันไปตั้งใจเรียนรอเวลาพายองแจขึ้นห้องกันครับ
ตอนนี้ผมกับยองแจกำลังนั่งกินข้าวเย็นด้วยกันอยู่ในคอนโดของผม
ผมนั่งมองอีกคนที่กำลังเคี้ยวข้าวหมุบหมับแก้มตุ่ยท่าทางน่าอร่อย
แค่มองยองแจกินผมก็รู้สึกเหมือนอิ่มแล้วครับ แก้มป่องๆที่ขยับตามการเคี้ยวน่ายื่นมือไปหยิกแก้มซักทีจริงๆ
“พี่นี่ทำอาหารโคตรอร่อยไม่เปลี่ยนเลย กินกี่ทีก็ฟิน
นี่นะถ้าผมอยู่กับพี่แล้วกินข้าวฝีมือพี่ทุกวัน ผมต้องอ้วนแน่ๆอ่ะ”
“ถ้าอยากกินทุกวันก็มาอยู่กับพี่ดิ จะทำให้กินทุกวัน”
“จะบ้าเหรอพี่ ผมจะมาอยู่ที่นี่ได้ไง หอผมก็มี พี่ทำไปส่งที่หอผมดิ”
“แล้วจะวุ่นวายแบบนั้นทำไมวะ ติ๊งต๊องละ”
“อ่าว ก็อยากกินจริงๆนะ มันอร่อยอ่ะ เหมือนได้กินข้าวฝีมือแม่เลย”
ฟังประโยคเมื่อกี้เข้าไปทำไมรู้สีกแปลกๆ
แต่ผมจะถือว่ายองแจชมก็แล้วกันครับ..
“ก็มาเป็นแฟนพี่ดิ เดี๋ยวเลี้ยงทุกวันเลย”
ข้าวที่อยู่ในปากของยองแจแทบพุ่งใส่หน้าผมครับ
ดีนะที่น้องเอามือขึ้นมาปิดปากไว้ทัน ไม่งั้นเต็มหน้าแน่ๆ
ผมยักคิ้วใส่ยองแจทำท่าทางเหมือนทีเล่นทีจริงเพราะอยากดูท่าทีน้อง
ผมก็อยากจะลองเหมือนกันว่า ถ้าผมกับยองแจคบกันมันจะเป็นยังไง
“พี่ว่าอะไรนะ ขออีกทีดิ๊”
“หูตึงรึไง พูดอยู่ตรงหน้าไม่ได้ยินเนี่ย”
“พี่ผมไม่ตลกนะ พี่พูดเล่นหรือพูดจริง เอาดีๆ”
“พูดจริงดิ ยองแจก็น่ารักดีนะ เมื่อคืนพี่เกือบจะปล้ำแล้วด้วยซ้ำ”
ยองแจทำหน้าตาตกใจมากครับ
ปกติอิมแจบอมในสายตาคนอื่นมักจะเห็นว่าผมเป็นคนนิ่งๆน่ากลัว ดูเย็นชา
ผมเองก็ยังแปลกใจตัวเองเลยว่าทำไมผมถึงกล้าพูดกล้าคุยทีเล่นทีจริงกับยองแจขนาดนี้
แต่จริงๆนะ ผมว่าผมชอบยองแจซะแล้วหล่ะ
“พี่ แต่ผมเพิ่งเลิกกับแฟนมานะ แล้วจะให้คบกับพี่เนี่ยนะ?”
“ไม่คบก็ไม่เป็นไร แต่ก็ให้โอกาสพี่ได้รึเปล่าหล่ะ ถ้าไม่โอเคก็บอก
พี่ก็ถอย”
ยองแจเหมือนลังเลออยู่เล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าตอบรับ
ผมยื่นมือออกไปลูบหัวยองแจเบาๆด้วยความเอ็นดู
“ย้ายของมาอยู่กับพี่นะ จะจีบด้วยการทำกับข้าวให้กินทุกวันเลย”
เรื่องของผมกับยองแจก็เลยเถิดมาจนถึงทุกวันนี้...
กลับมาที่ปัจจุบันอีกครั้ง
ไม่ว่าเค้าอยากจะไปไหน
โวยวายอะไรผมก็ยอมเค้าทุกสิ่งอย่างเลยครับ การที่ได้เห็นรอยยิ้มของเค้า
โดนเค้าอ้อนมันทำให้ใจของผมพองโตอย่างบอกไม่ถูก แค่เป็นชเวยองแจ
ผมไม่เคยปฏิเสธอะไรได้เลย อำนาจของความเป็นชเวยองแจทำให้ผมกลายเป็นอีกคนเมื่ออยู่ด้วยกัน
“พี่แจบอม ยองแจอยากกลับบ้านแล้ว”
“อ้าว ไหนบอกจะไปดูหนังไง”
นั่นไงครับ
เด็กดื้อเริ่มงอแงแล้วครับ ผมมองยองแจด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจว่าต้องการอะไรกันแน่
วันนี้เขาชวนผมออกมาเที่ยวมาดูหนัง แต่จู่ๆก็เปลี่ยนใจจะกลับบ้านซะงั้น
แล้วจู่ๆคนตัวเล็กก็ขยับเข้ามากอดแขนผมไว้แน่น
เงยหน้าขึ้นมองผมแล้วยิ้มแป้นมาให้ แก้มกลมๆสองลูกเหมือนซาลาเปาขาวๆ
น่าฟัดมากเลยครับ ยองแจกำลังอ้อนผมด้วยรอยยิ้มพิฆาต
“ยองแจอยากกลับแล้ว ไม่อยากไปดูหนังแล้ว”
“บอกเหตุผลมาก่อน”
“ยองแจออยากอยู่กับพี่แจบอมสองคน ในห้องของเราอ่ะ”
“งั้นต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
ยองแจที่ตอนแรกยิ้มอยู่ก็ยู่ปากเหมือนไม่พอใจ
แต่ก็พยักหน้าให้ผมพูดข้อแลกเปลี่ยนนั้นออกมา
“ห้ามไปยิ้มแบบเมื่อกี้กับใครนอกจากพี่เข้าใจไม๊”
“ผมก็อ้อนพี่แบบนี้แค่คนเดียวตั้งนานแล้วนะ”
“กลับห้องเลยดีกว่า”
ตอนแรกก็กะว่าจะแค่กลับห้องเพราะอยากตามใจยองแจ
ตอนนี้ผมอยากจะกลับห้องไปนอนกอดนอนฟัดคนตัวนิ่มที่เกาะแขนผมพร้อมกับยิ้มน่ารักสดใสส่งมาให้ผม
อยากเห็นรอยยิ้มแบบนี้อีก เพราะเมื่อผมเห็นเค้ายิ้ม ผมก็ยิ้มได้เช่นกัน
--------------------------end---------------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น